มาถึงเล่มที่ 4 กันแล้วกับ เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับปริศนาเขาวงกต เล่มหน้าก็เป็นเล่มสุดท้ายของซีรีส์นี้แล้ว ก่อนอ่านผมหวังว่าเล่มนี้คงจะปูทุกอย่างแล้วไปเข้มข้นอย่างเต็มที่ในเล่มหน้า ซึ่งพอได้อ่านก็พบว่าอารมณ์ของเล่มนี้ไม่ต่างจากเล่มก่อนหน้านัก การคืนชีพของโครนอสดูไม่คืบหน้า การผจญภัยของเด็ก ๆ ตัวเองยังสนุกเหมือนเดิม แต่อ่านมาถึงเล่ม 4 แล้ว ไม่รู้สึกถึงการเติบโตของตัวละครเอกทั้ง 3 เลย ดูเป็นเด็กคนเดิมกับเล่มแรก
ภาคนี้เป็นการเดินทางที่นำโดยแอนนาเบ็ธ เธอเป็นหัวหน้าการเดินทาง ตามด้วยเพอร์ซีย์, โกรเวอร์ และไทสัน ผจญภัยลงไปยังเขาวงกตที่ซ่อนอยู่ใต้ดินซึ่งถูกสร้างขึ้นมาโดย เดดาลัส เมื่อหลายพันปีก่อน เขาวงกตนี้เต็มไปด้วยทางลับ อสูรกายดุร้ายมากมาย เขาวงกตนี้มีทางเข้าออกซ่อนอยู่ทุกมุมของโลก หากรู้ทางสามารถเข้าจากที่นี่ ไปโผล่อีกที่หนึ่งไกล ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ลุคต้องการเครื่องนำทางของเดดาลัส เพื่อนำกองทัพอสูรกายมาตีค่ายฮาล์ฟบลัด ดังนั้นแอนนาเบ็ธและเพื่อน ๆ ต้องหาเครื่องนำทางนั้นให้เจอก่อนลุค
เล่มนี้เหตุการณ์เยอะมาก เดี๋ยวไปโผล่ตรงโน้น เจอนั่น ไปโผล่ตรงนี้ เจอโน่น เด็ก ๆ เข้าตาจนหลายครั้งมาก เหมือนจะถึงจุดจบ แต่ก็เอาตัวรอดมาได้แบบบังเอิญมาก ๆ อะไรจะโชคช่วยขนาดนั้น (อาจจะเป็นประสงค์ของเหล่าเทพเจ้าก็ได้)
เล่มนี้ผู้เขียนดึงอารมณ์คนอ่านขึ้น ๆ ลง ๆ มา จากสถานการณ์น่าสิ่วหน้าขวานต่าง ๆ แต่ผลลัพธ์ก็ออกมารูปแบบเดิม ๆ คือเด็ก ๆ รอดมาได้แบบงง ๆ ซึ่งอ่านไปก็จับทางถูกละ ไม่ค่อยเซอร์ไพร์ซอะไรละ แถมเนื้อเรื่องก็ไม่ค่อยคืบหน้า ส่วนใหญ่บรรยายถึงฉากแอ็คชั่นซะมากกว่า มาเร่งเครื่องใส่ประเด็นต่าง ๆ เอาท้ายเล่ม เช่น เรื่องของเทพแพนที่โกรเวอร์ตามหามาตั้งแต่เล่มแรก มาท้ายเล่มนี้มีบางอย่างคืบหน้าสักที หรือเรื่องของโครนอสที่ตลอดมาดูเหมือนหมอกเหมือนควัน ถูกเอ่ยถึงเพียงแค่ชื่อ มาท้ายเล่มนี้แผนการยึดอำนาจจากเทพโอลิมเปี้ยนก็ดูน่าอันตรายขึ้นมา
การฟื้นคืนของโครนอสดูเป็นเรื่องใหญ่ระดับกาลอวสานมาก แต่คนที่ตื่นตัวและหวาดกลัวดูเหมือนจะมีเพียงบรรดาเทพและลูก ๆ เลือดผสม คนธรรมดาไม่ถูกกล่าวถึงเลยว่าระแคะระคายอะไรบ้างว่าจุดสิ้นสุดของมนุษยชาติกำลังจะมาถึง ไม่มีใครรู้ร้อนรู้หนาวไปด้วยเลย การฟื้นคืนของโครนอสควรจะส่งผลอะไรต่อโลกหน่อย อาจจะเป็นเกิดพายุทั่วโลก แผ่นดินไหว ไฟป่า สึนามิ อะไรก็ว่าไปที่ทำให้คนบนโลกเดือดร้อน
ผมก็ลองนึกเอาไปเทียบกับแฮร์รี พอตเตอร์ ซึ่งอะไรหลายอย่างของทั้งคู่คล้ายกัน แต่จุดแตกต่างคือในแฮร์รีเรื่องราวดำเนินในฮอกวอตส์ ซึ่งตัดขาดจากโลกมนุษย์ธรรมดา แต่เพอร์ซีพวกเขาผจญภัยอยู่ในเมืองที่มนุษย์ธรรมดาใช้ชีวิต เข้าร้านอาหาร เข้าโรงเรียน โดยสารรถไฟขบวนเดียวกับมนุษย์ธรรมดา พอเกิดอะไรขึ้นเหนือธรรมชาติก็ยกเหตุผลมาบอกว่าที่มนุษย์ไม่รู้เพราะโดนมนตร์บังตา
โดยรวมยังเป็นเล่มที่สนุก แม้ในด้านการพัฒนาของตัวละครจะไม่มี ยังดำเนินเรื่องตามสูตรเดิมที่เคยทำมาตั้งแต่เล่มแรก แต่อีกเล่มเดียวก็จะปิดซีรีส์นี้แล้ว ผมคาดหวังว่าในเล่มหน้าจะมีอะไรประทับใจ จนทำให่หนังสือชุดนี้เป็นวรรณกรรมในดวงใจของผมได้
